Toranoana กับ Melonbooks: เรื่องของสองร้านโดจินที่ทำให้คนไม่ต้องรอไปงาน
Toranoana เริ่มที่อากิฮาบาระปี 1994 ส่วน Melonbooks เริ่มที่ซัปโปโรปี 1998 จากยุคร้านเต็มเมือง สู่วันที่ทางเดินของสองร้านแยกกันหลังโควิด
ใครเคยสั่งโดจินจากญี่ปุ่น ต้องเคยเห็นสองชื่อนี้ผ่านตาแน่ ๆ
ชื่อแรกคือ とらのあな (โทราโนอานะ – Toranoana แปลว่า “ถ้ำเสือ”) อีกชื่อคือ メロンブックス (เมลอนบุ๊กส์ – Melonbooks)
สองร้านนี้เปลี่ยนชีวิตแฟนโดจินไปเลย จากเดิมที่อยากได้เล่มไหนต้องไปงานเองเท่านั้น กลายเป็นว่าเดินเข้าร้านหรือกดสั่งออนไลน์ได้ทุกวัน
ทำไมร้านโดจินถึงสำคัญขนาดนั้น
ลองนึกภาพตาม โดจินชิส่วนใหญ่พิมพ์ไม่กี่เล่ม แล้วขายในงานแค่ไม่กี่วัน
ถ้าบ้านอยู่ต่างจังหวัด หรือวันงานติดธุระ ก็แทบหมดหวังจะได้อ่าน
ร้านโดจินเข้ามาช่วยตรงนี้ด้วยระบบ 委託 (อิตาคุ – ฝากขาย) วงส่งหนังสือมาให้ร้านช่วยขาย ร้านหักส่วนแบ่งไป วงได้เงินส่วนที่เหลือ ง่าย ๆ แบบนี้เลย
โทราโนอานะ: ถ้ำเสือจากอากิฮาบาระ
เส้นทางของร้าน
- มิ.ย. 1994 吉田博高 (โยชิดะ ฮิโรทากะ) เปิดร้านแรกในอากิฮาบาระ ตั้งใจให้เป็นร้านที่โอตาคุมาที่เดียวแล้วได้ของครบ
- ก่อนปี 1995 ร้านสาขาที่ 2 เริ่มรับฝากขายโดจินออกใหม่แล้ว และขยายบริการนี้ในเดือน ก.ค. 1996 (ข้อมูลจาก Wikipedia ภาษาญี่ปุ่น)
- 1996 จดทะเบียนเป็นบริษัท แล้วเปลี่ยนเป็น 株式会社 (คาบุชิกิ ไกชะ – บริษัทจำกัดแบบมีหุ้น) ในปี 2003
- ยุค 2000 สาขากระจายไปหลายเมืองทั่วญี่ปุ่น
- 1 ต.ค. 2013 ตั้งบริษัทแม่ชื่อ ユメノソラホールディングス (ยูเมโนโซระ โฮลดิ้งส์)
- พ.ค. 2016 ยูเมโนโซระ โฮลดิ้งส์ เปิดแพลตฟอร์มสนับสนุนครีเอเตอร์ Fantia (แฟนเทีย) แล้วเดือน ก.พ. 2018 ก็ส่งต่อให้บริษัทโทราโนอานะดูแล
- มี.ค. 2018 ข้ามทะเลไปเปิดร้านที่ไทเป ไต้หวัน
- 2020 เป็นต้นมา หน้าร้านค่อย ๆ ปิดลง เพราะลูกค้าหันไปซื้อออนไลน์ ร้านอากิฮาบาระสาขา B และ C ปิดในเดือน เม.ย. 2021
- 5 ก.ค. 2022 ประกาศว่าจะปิดทุกร้านที่เหลือในวันที่ 31 ส.ค. 2022 ได้แก่ อากิฮาบาระ A, ชินจูกุ, ชิบะ, นัมบะ A และอุเมดะ เหลือไว้แค่ร้านอิเคบุคุโระ (เน้นโดจินสำหรับผู้หญิง) กับร้านไทเป
ทำไมถึงปิดร้าน
เว็บข่าว AV Watch (เอวี วอตช์) รายงานเหตุผลของบริษัทไว้ว่า
「オンライン事業への戦略的集中推進のため」 (เพื่อทุ่มกำลังไปที่ธุรกิจออนไลน์อย่างมีกลยุทธ์)
แต่ก็ใช่ว่าจะหายไปเลย บริษัทบอกว่าจะขยาย 出張所 (ชุตโจโจ – มุมสาขาย่อยในร้านหนังสืออื่น) แทนการเปิดร้านเอง ตอนนั้นมีเกิน 10 จุดแล้ว
เมลอนบุ๊กส์: เมลอนจากฮอกไกโด
ชื่อร้านมีที่มาน่ารักดี มาจาก 夕張メロン (ยูบาริ เมลอน) ของขึ้นชื่อฮอกไกโด เพราะร้านเกิดที่ซัปโปโร
เส้นทางของร้าน
- 1998 เริ่มธุรกิจที่ซัปโปโร ร้านแรกเปิดวันที่ 11 ก.ค. 1998 ร้านที่ 2 ที่เซนไดตามมาในเดือน พ.ย. ปีเดียวกัน
- ราวปี 2000 ย้ายสำนักงานใหญ่มาโตเกียว (อิเคบุคุโระ)
- 2005 เปิดเว็บ Melonbooks.com และเริ่มขายโดจินแบบดาวน์โหลด
- 2010 เปลี่ยนชื่อเป็น メロンブックスDL (เมลอนบุ๊กส์ ดีแอล) และเริ่มจับมือกับ pixiv (พิกซิฟ)
- ก.พ. 2012 ปิดร้าน リブレ (ลิเบร) ที่ขายโดจินสำหรับผู้หญิงทั้งหมด เพราะผลประกอบการไม่ดี
- พ.ค. 2017 รับโอนธุรกิจโดจินสำหรับผู้หญิง フロマージュ (โฟรมาจ) มาจากบริษัทในเครือ アニメイト (แอนิเมต)
- ก.ค. 2017 เริ่มขาย e-book
- ต.ค. 2021 ปิดบริการเมลอนบุ๊กส์ ดีแอล แล้วยุบรวมการขายไฟล์ดาวน์โหลดเข้ากับร้านออนไลน์หลัก
- พ.ย. 2023 เปิดร้านโอกินาวะ (นาฮะ) ร้านแรกที่เปิด 24 ชั่วโมง แต่ปิดไปในเดือน ม.ค. 2025
- 20 ธ.ค. 2025 เปิดร้านไทเป เป็นร้านต่างประเทศแห่งแรก
Wikipedia (วิกิพีเดีย) ภาษาญี่ปุ่นบอกว่าปี 2018 เมลอนบุ๊กส์มีร้านมากกว่า 30 สาขา แต่ไม่มีตัวเลขใหม่กว่านั้น เราเลยไม่ขอเดาจำนวนสาขาตอนนี้
สองร้าน สองทางเดิน
ดูไทม์ไลน์แล้วจะเห็นว่าหลังโควิด สองร้านนี้เลือกเดินคนละทางชัด ๆ
- โทราโนอานะ ปิดหน้าร้านเกือบหมด แล้วไปทุ่มกับร้านออนไลน์ แพลตฟอร์มครีเอเตอร์อย่างแฟนเทีย และมุมฝากขายในร้านหนังสืออื่น
- เมลอนบุ๊กส์ ยังเปิดหน้าร้านใหม่อยู่เรื่อย ๆ ทั้งในญี่ปุ่นและไต้หวัน ควบคู่กับร้านออนไลน์ที่ขายทั้งเล่มจริงและไฟล์ดาวน์โหลด
สำหรับแฟนไทย ทั้งสองร้านสั่งออนไลน์ได้ และมีหน้าร้านในไต้หวันซึ่งไปง่ายกว่าญี่ปุ่น ส่วนวิธีสั่งจากไทยแบบละเอียด อ่านต่อได้ที่บทความคู่มือซื้อโดจินอย่างถูกลิขสิทธิ์
ที่มา: Wikipedia (ญี่ปุ่น) とらのあな, Wikipedia (ญี่ปุ่น) メロンブックス, AV Watch