หลัง KPop Demon Hunters ดัง สตูดิโอแอนิเมชันเกาหลี Locus และ Eon Content บินไปแอลเอ หาเพื่อนร่วมทางในอเมริกา
Locus ผู้ทำ Red Shoes กับ Eon Content Group ไปงาน U-KNOCK 2026 ที่แอลเอ เล่าว่าฝั่งอเมริกาเริ่มสนใจแอนิเมชันเกาหลี และพวกเขาอยากได้หุ้นส่วนมากกว่างานรับจ้าง
ถ้าย้อนไปไม่กี่ปีก่อน พูดคำว่า “แอนิเมชัน” ฝรั่งส่วนใหญ่คงนึกถึงดิสนีย์หรืออนิเมะญี่ปุ่น แต่หลังจาก『KPop Demon Hunters』 (เคป๊อป ดีมอน ฮันเตอร์ส) ดังไปทั่วโลก สตูดิโอเกาหลีบางเจ้าเริ่มรู้สึกว่าประตูเปิดให้พวกเขาแล้ว และตัดสินใจบินไปเคาะประตูถึงอเมริกา
งานจับคู่ธุรกิจที่แอลเอ
หนังสือพิมพ์ 서울경제 (ซออุล คย็องเจ – Seoul Economic Daily) ไปสัมภาษณ์บริษัทเกาหลีที่งาน U-KNOCK 2026 in USA (ยูน็อก) ซึ่งจัดที่โรงแรม Biltmore (บิลต์มอร์) ในลอสแอนเจลิส งานนี้คือที่ที่บริษัทคอนเทนต์เกาหลีมาพบนักลงทุนและบริษัทในอเมริกา สองค่ายแอนิเมชันที่ให้สัมภาษณ์วันที่ 6 พฤศจิกายน 2026 (เวลาท้องถิ่น) มีมุมมองน่าสนใจคนละแบบ
Locus: ไม่อยากเป็นแค่โรงงานรับจ้าง
로커스 (Locus – โลคัส) คือสตูดิโอที่เคยทำ『레드슈즈』 (เรดชูส์ – Red Shoes) และ『퇴마록』 (ทเวมาร็อก – Exorcism Chronicles) 황수진 (ฮวาง ซูจิน) รองประธานบริษัท ยอมรับตรง ๆ ว่าญี่ปุ่นสร้างชื่อในตลาดโลกมานานมาก ขณะที่เกาหลีแทบไม่มีตัวตนในวงการนี้ แต่ความสำเร็จของ KPop Demon Hunters ทำให้คนหันมามองแอนิเมชันเกาหลีมากขึ้น
ในการประชุมรอบแรก บริษัทอเมริกันที่ทำแอนิเมชัน 2D สนใจผลงานของ Locus โดยเฉพาะทเวมาร็อก และคุยกันถึงโอกาสร่วมผลิต แต่รองประธานฮวางบอกว่านั่นยังไม่ใช่สิ่งที่ต้องการที่สุด
“궁극적으로 우리에게 필요한 것은 이쪽에서 펀딩을 하거나 비즈니스 파트너가 돼줄 기업” (สุดท้ายแล้ว สิ่งที่เราต้องการคือบริษัทที่จะลงทุนหรือมาเป็นหุ้นส่วนธุรกิจกับเรา)
เหตุผลง่าย ๆ คือ ถ้ารับจ้างวาดอย่างเดียว ตัวละครและลิขสิทธิ์ก็เป็นของคนอื่น บริษัทจะโตไปพร้อมเรื่องของตัวเองไม่ได้
Eon Content Group: “ต่อจาก K-pop และซีรีส์ ก็คือแอนิเมชัน”
ฝั่ง 이온콘텐츠그룹 (Eon Content Group – อีออน คอนเทนต์ กรุ๊ป) เป็นบริษัทที่ใช้เทคโนโลยีช่วยผลิตแอนิเมชัน รวมถึงเครื่องมือ AI 추연정 (ชู ยอนจอง) ผู้บริหารฝ่ายธุรกิจคอนเทนต์ เล่าว่าคุยไปแล้ว 3 รอบ และยังเหลืออีก 6 รอบ ที่ทำให้เธอแปลกใจคือหลายบริษัทศึกษาผลงานมาก่อนแล้ว ไม่ได้สนใจแค่เพราะเป็นบริษัทเกาหลี บริษัทยังได้นำเสนองานให้ Playmates (เพลย์เมตส์) และ Disney+ (ดิสนีย์พลัส) ด้วย และได้คุยกับโปรดิวเซอร์อเมริกันเรื่องเอาตัวละครแอนิเมชันไปทำเป็นหนังคนแสดง
ส่วนเรื่อง AI ทีมงานเล่าว่าคนอเมริกันยังระวังงานที่ทำด้วย AI มากกว่าเกาหลี แต่บริษัทในอเมริกาเองก็ใช้ AI กันอยู่ไม่น้อย ชูบอกเองด้วยว่าทุกอย่างยังเป็นแค่ช่วงแลกไอเดีย ยังไม่มีสัญญาหรือโปรเจกต์ที่เซ็นแล้ว
ทำไมแฟนการ์ตูนควรสนใจ
ตอนนี้ในโรงหนังเกาหลีเองยังเป็นยุคของอนิเมะญี่ปุ่น (อ่านเรื่องบ็อกซ์ออฟฟิศเกาหลีที่จิอิคาวะขึ้นที่ 1) การที่สตูดิโอเกาหลีออกไปหาเงินทุนและหุ้นส่วนเองจึงเป็นก้าวที่ต้องจับตา ถ้าสำเร็จ เราอาจได้ดูแอนิเมชันที่คนเกาหลีคิดเอง ทำเอง และเป็นเจ้าของเรื่องเอง ไม่ใช่แค่ได้แรงบันดาลใจจากเกาหลีแบบ KPop Demon Hunters
ที่มา: Seoul Economic Daily – Locus, Seoul Economic Daily – Eon Content Group, Seoul Economic Daily (ภาษาอังกฤษ)