Doki Bug กลับมาแล้ว! ชิบาตะ อามิ ออกรวมเล่ม 'ยามินาเบะ' มังงะบุกตะลุยวงการเกม วางขาย 4 พ.ย.
『ドキばぐ闇鍋編』 รวมตอนเด็ดมังงะรีพอร์ตวงการเกมของชิบาตะ อามิ ที่เริ่มลงฟามิตสึปี 1997 วางขาย 4 พ.ย. 2026 พร้อมภาพวาดใหม่
ลองนึกภาพนักวาดมังงะคนหนึ่งบุกเข้าบริษัทเกม ไปสัมภาษณ์ผู้สร้างเกมชื่อดังแบบไม่เกรงใจใคร แล้วเอาเรื่องที่เจอมาวาดเป็นการ์ตูนฮาๆ นั่นแหละคือ 『ドキばぐ』 (โดกิบากุ) มังงะของ 柴田亜美 (ชิบาตะ อามิ) และวันนี้ 4 พฤศจิกายน 2026 มันกลับมาอีกครั้งในชื่อ 『ドキばぐ闇鍋編』 (โดกิบากุ ยามินาเบะ เฮ็น)
โดกิบากุคืออะไร
โดกิบากุเป็นมังงะรีพอร์ตวงการเกม เริ่มลงใน 週刊ファミ通 (ชูคัง ฟามิตสึ) นิตยสารเกมรายสัปดาห์ของญี่ปุ่นมาตั้งแต่ปี 1997 ทั้งแอบเข้าไปดูในบริษัทเกมและบุกสัมภาษณ์ครีเอเตอร์ จน ファミ通.com (ฟามิตสึ ดอตคอม) เรียกมันว่า “บันทึกวงการเกมสุดอนาธิปไตย” ที่ทำให้คนในวงการ “สั่นสะเทือน (?)” มาแล้วหลายคน
จุดเด่นคือตัวละครหลัก 2 ตัว ชิบาตะเองถูกวาดเป็นทานุกิ ส่วนบรรณาธิการคู่หู チップス小沢 (ชิปส์ โอซาวะ) ถูกวาดเป็นแมว สองตัวนี้พากันลุยวงการเกมแบบตรงๆ
ทำไมชื่อ “ยามินาเบะ”
闇鍋 (ยามินาเบะ) แปลตรงตัวว่า “หม้อไฟมืด” ฟังแล้วให้อารมณ์หม้อรวมมิตรที่เปิดมาไม่รู้จะเจออะไร ซึ่งก็เข้ากับหนังสือเล่มนี้ เพราะมันคือการคัดตอนเด็ดจากโดกิบากุตั้งแต่เริ่มลงปี 1997 มารวมไว้ในเล่มเดียว แถมมีภาพวาดใหม่ของชิบาตะด้วย
ในเล่มมีใครบ้าง
ฟามิตสึ ดอตคอมบอกสารบัญคร่าวๆ ไว้แบบนี้
- ภาคครีเอเตอร์ มี 中村光一 (นากามูระ โคอิจิ), 坂口博信 (ซากางุจิ ฮิโรโนบุ), 名越稔洋 (นาโกชิ โทชิฮิโระ), 日野晃博 (ฮิโนะ อากิฮิโระ) และ 時田貴司 (โทคิตะ ทากาชิ)
- ภาคเครื่องเกมและเกม มีเกมบอยคัลเลอร์, PlayStation 2, 『ゼルダの伝説』 (เซลดา โนะ เดนเซ็ตสึ), 『どうぶつの森』 (โดบุตสึ โนะ โมริ), 『シェンムー』 (เชินมู), 『トルネコの大冒険 不思議のダンジョン』 (โทรุเนโกะ โนะ ไดโบเก็ง ฟุชิงิ โนะ ดันเจียน) และ 『レイトン教授と悪魔の箱』 (ศาสตราจารย์เลย์ตันกับกล่องปีศาจ) รวมอีก 7 เกม
- ตอนจบ “ซีซันแรก” และคำอธิบายของ 『ドキばぐ∞』 (โดกิบากุ อินฟินิตี้)
หนังสือบอกด้วยว่าตำแหน่งและบริษัทของแต่ละคนเป็นข้อมูลตอนที่ตอนนั้นลงนิตยสาร อ่านแล้วจึงเหมือนดูภาพวงการเกมในอดีต
ข้อมูลหนังสือ
- วางขาย 4 พฤศจิกายน 2026
- ขนาด A5 หนา 120 หน้า
- ราคา 2,255 เยน (รวมภาษี)
- จัดพิมพ์โดย KADOKAWA Game Linkage (คาโดกาวะ เกม ลิงก์เอจ)
สำหรับคอเกมรุ่นใหม่ เล่มนี้คือทางลัดไปดูว่าคนทำเกมดังๆ หลายคนตอนยังหนุ่มเป็นยังไง ส่วนแฟนเก่าก็ได้หัวเราะกับมุกเดิมอีกรอบ
ที่มา: KADOKAWA, ฟามิตสึ ดอตคอม