จูนิเบียว (Chuunibyou) มาจากไหน? 'โรค ม.2' ที่เริ่มจากมุกล้อตัวเองในรายการวิทยุดึก ๆ ปี 1999
จูนิเบียวเกิดในรายการวิทยุของอิจูอิน ฮิคารุเมื่อมกราคม 1999 เดิมเป็นมุกขำตัวเอง ก่อนกลับมาฮิตบนนิจันเนรุปี 2005 และกลายเป็นแนวตัวละครในอนิเมะ
พันผ้าพันแผลที่แขนทั้งที่ไม่ได้เจ็บ ปิดตาข้างหนึ่งเพราะ “ตาข้างนี้ผนึกพลังไว้” หรือแอบตั้งชื่อท่าไม้ตายให้ตัวเอง… ใครเคยทำบ้าง ยกมือขึ้น!
แฟนอนิเมะเรียกอาการพวกนี้รวม ๆ ว่า 中二病 (ชูนิเบียว – “โรคเด็ก ม.2”) ที่คนไทยมักสะกดว่า “จูนิเบียว”
แต่รู้ไหมว่าคำนี้ไม่ได้เกิดในมังงะ มันเกิดจากรายการวิทยุตอนดึกของนักจัดรายการคนหนึ่ง ที่ทุกวันนี้บอกว่า “ไม่เกี่ยวกับผมแล้ว”
มกราคม 1999: “ผมยังเป็นโรค ม.2 อยู่เลย”
Wikipedia ภาษาญี่ปุ่นเล่าว่า คำนี้เกิดในรายการ 『伊集院光 深夜の馬鹿力』 (อิจูอิน ฮิคารุ ชินยะ โนะ บากะจิคาระ – “พลังบ้าบอยามดึกของอิจูอิน ฮิคารุ”) ทาง TBSラジオ (ทีบีเอส เรดิโอ)
- 11 มกราคม 1999 伊集院光 (อิจูอิน ฮิคารุ) พูดในรายการว่าตัวเอง “ยังเป็นโรค ม.2 อยู่”
- 18 มกราคม – 22 มีนาคม 1999 รายการเปิดช่วงชื่อ 「かかったかな?と思ったら中二病」 (“ถ้าสงสัยว่าเป็นหรือเปล่า นั่นแหละโรค ม.2”) ให้คนฟังส่ง “อาการ” มาเล่า
- “อาการ” ที่อิจูอินยกตัวอย่าง เช่น เริ่มพูดว่า “แยกตัวประกอบไปมีประโยชน์อะไร” “ผู้ใหญ่มันสกปรก” หรือออกตามหา “เพื่อนแท้”
- พอช่วงนี้จบ คำนี้ก็ค่อย ๆ เงียบหายไป เพราะใช้กันแค่ในหมู่คนฟังรายการ
อิจูอินเล่าเอง: มาจากวงคุยกับมิอุระ จุน
ในรายการทีวีของ テレビ東京 (ทีวีโตเกียว) ที่ออกอากาศ 5 ตุลาคม 2024 อิจูอินเล่าที่มาของคำนี้ (ตามรายงานของ 日刊スポーツ – นิกกัง สปอร์ตส์)
เรื่องเริ่มจากการคุยกับ みうらじゅん (มิอุระ จุน) ที่บอกว่าเด็กผู้ชาย ม.2 คือช่วงที่ร่างกายกับจิตใจโตไม่ทันกัน และเป็นช่วงที่ “น่าสนใจที่สุด” ทั้งคู่เลยคิดกันว่า
「あの時期、中二特有の病気ってことにしちゃえば、恥ずかしくないよね」 (ถ้าให้ช่วงนั้นเป็น “โรคเฉพาะของเด็ก ม.2” ไปเลย ก็ไม่ต้องอายแล้วเนอะ)
เขาเทียบว่าเหมือน 四十肩 (ชิจูกาตะ – “ไหล่ติดวัยสี่สิบ”) ที่ใคร ๆ ก็เป็นตามวัย และย้ำว่าความหมายเดิมคือการขำตัวเอง เช่น ตอนที่ภาษาอังกฤษแย่มาก แต่ยังเขียนเนื้อเพลงฝรั่งเป็นคาตากานะ แล้วบอกว่า “เพลงญี่ปุ่นมันไม่ได้เรื่อง”
「だけど元々、人を攻撃する言葉じゃなかったの」 (แต่แต่เดิมมันไม่ใช่คำที่ใช้โจมตีคนอื่นนะ)
2005: คืนชีพบนนิจันเนรุ แล้วกลายเป็นคำล้อ
Wikipedia ภาษาญี่ปุ่นเล่าว่าคำนี้กลับมาฮิตอีกรอบตั้งแต่ปี 2005 บนเว็บบอร์ด 2ちゃんねる (นิจันเนรุ) ทั้งในกระทู้รวมเรื่องจูนิเบียว และกระทู้ “สารภาพเรื่องน่าอายในอดีต”
แต่ระหว่างทาง ความหมายก็เพี้ยนไป
- จากล้อตัวเอง กลายเป็นล้อคนอื่น
- มีโพสต์ดังที่ถูกเรียกว่า 邪気眼 (จาคิงัง – “ตาปีศาจ”) ทำให้คำนี้ผูกกับการแต่ง “พลังลับ” ให้ตัวเอง
- เวลาวิจารณ์งานเขียน คำนี้ถูกใช้ล้อเรื่องที่ตั้งโลกหรือพลังใหญ่โตเกินตัว
- มีการเขียนแบบ 厨二病 (อ่านว่า จูนิเบียว เหมือนกัน) ด้วย โดยเอาตัว “厨” จากสแลงนิจันเนรุ 厨房 (ชูโบ) ที่แปลว่าเด็กมัธยมต้นแบบเกรียน ๆ มาใส่แทน
หนังสือ 『オタク用語の基礎知識』 (โอตาคุ โยโกะ โนะ คิโซ ชิชิกิ – “ความรู้พื้นฐานศัพท์โอตาคุ”) ปี 2006 ยก “อาการ” ที่อ่านแล้วอาจสะดุ้ง เช่น เริ่มฟังเพลงฝรั่ง ฝืนดื่มกาแฟดำทั้งที่ไม่อร่อย หรือโวยว่า “รู้จักวงนี้ก่อนมันดัง”
ส่วนหนังสือ 『中二病取扱説明書』 (จูนิเบียว โทริอัตสึไก เซ็ตสึเมโช – “คู่มือการใช้งานโรค ม.2”) ของ 塞神雹夜 (ซาเอกามิ เฮียวยะ) ปี 2009 แบ่งจูนิเบียวเป็น 3 แบบ
- สายแบดบอยตัวปลอม
- สายซับคัลที่อยากต่างจากคนอื่น
- สายจาคิงังที่เชื่อว่าตัวเองมีพลังซ่อนอยู่ (ชื่อ “จาคิงัง” ก็มาจากพลังที่ผู้เขียนเคยตั้งให้ตัวเองนั่นแหละ)
แล้วคนคิดคำล่ะ รู้สึกยังไง? วันที่ 4 ธันวาคม 2009 อิจูอินทวีตว่า
「もう僕の作った時の意味と違うから言葉自体に興味無いです。」 (มันไม่ใช่ความหมายตอนที่ผมคิดแล้ว เลยไม่สนใจคำนี้แล้วครับ)
2012: จากคำล้อ กลายเป็น “แนวตัวละคร”
- มิถุนายน 2011 ไลต์โนเวล 『中二病でも恋がしたい!』 (จูนิเบียว เดโมะ โคอิ กะ ชิไต! – “ต่อให้เป็นโรค ม.2 ก็อยากมีความรัก”) ของ 虎虎 (โทระโทระ) วางแผงในฐานะหนึ่งในหนังสือชุดแรกของสำนักพิมพ์ในเครือ 京都アニメーション (เคียวโตะ แอนิเมชัน) เล่มแรกได้รางวัลชมเชยจากการประกวดของบริษัท
- ตุลาคม–ธันวาคม 2012 อนิเมะภาคแรกออกอากาศ ตามด้วยภาพยนตร์ปี 2013 ภาคสองปี 2014 และภาพยนตร์ภาคใหม่ปี 2018 ตัวละครหลัก 小鳥遊六花 (ทาคานาชิ ริกกะ) ที่ปิดตาขวาด้วยผ้าปิดตาและพันผ้าที่แขนซ้าย กลายเป็นภาพจูนิเบียวที่แฟนอนิเมะหลายคนนึกถึงทันที
- 20 กุมภาพันธ์ 2012 แร็ปเปอร์ Zeebra (ซีบรา) ทวีตวิจารณ์ว่าคำนี้ส่งเสริมวัฒนธรรม “ตอกตะปูที่โผล่” ทำให้คนไม่กล้าจริงจังกับอะไร อิจูอินส่งข้อความตอบไปอย่างสุภาพ จนอีกฝ่ายบอกว่า “เข้าใจเจตนาแล้ว”
ในรายการปี 2024 อิจูอินก็ยอมรับว่าภายหลังมีทั้งอนิเมะเกี่ยวกับจูนิเบียว และหนังต่างประเทศที่ใช้คำนี้ ก่อนแซวว่า “น่าจะจดลิขสิทธิ์ไว้”
แก้ความเข้าใจผิด
- ไม่ใช่โรคจริง Wikipedia ภาษาญี่ปุ่นย้ำว่าถึงจะมีคำว่า “โรค” แต่ไม่เกี่ยวกับโรคทางการแพทย์หรือจิตเวช
- ไม่ได้เกิดจากอนิเมะ และเดิมไม่ได้เอาไว้ด่าใคร คนคิดคำตั้งใจให้เป็นมุกขำตัวเองตอนวัยรุ่น ความหมายแบบล้อคนอื่นเพิ่งมาทีหลังบนอินเทอร์เน็ต
จากช่วงรายการวิทยุที่ออกอากาศแค่สองเดือนกว่า วันนี้จูนิเบียวกลายเป็นทั้งคำสแลง แนวตัวละคร และแม้แต่ชื่อ チュウニズム (ชูนิซึมุ) ซึ่ง Wikipedia บอกว่ามาจากการรวมคำว่าจูนิเบียวกับ “ริธึม”
ที่มา: 日刊スポーツ 2024-10-05, Wikipedia (ญี่ปุ่น) 中二病, Wikipedia (ญี่ปุ่น) 中二病でも恋がしたい!