คาเฟ่พ่อบ้าน (Butler Café) เกิดขึ้นได้ยังไง? เมื่อสาวโอตาคุก็อยากมีเมดคาเฟ่ของตัวเองบ้าง
สาวโอตาคุอยากมีเมดคาเฟ่ของตัวเองบ้าง ร้านโดจินมือสอง K-BOOKS เลยเปิดคาเฟ่พ่อบ้าน Swallowtail ที่ถนนโอโตเมะ โรด อิเคบุคุโระ ราวมีนาคม 2006
“โอกาเอรินาไซมาเสะ โอโจซามะ” (ยินดีต้อนรับกลับบ้านครับ คุณหนู)
ประโยคนี้คือคำทักทายที่ลูกค้าผู้หญิงจะได้ยิน ก่อนพนักงานชายในชุดหางนกนางแอ่นจะรินชาให้ราวกับเราเป็นคุณหนูในคฤหาสน์อังกฤษ นี่คือ 執事喫茶 (ชิตสึจิ คิสสะ – “ร้านกาแฟพ่อบ้าน”) หรือคาเฟ่พ่อบ้าน
หลายคนคิดว่ามันก็แค่เมดคาเฟ่สลับเพศ แต่จริง ๆ แล้วมันเกิดจากเรื่องที่ชัดกว่านั้นเยอะ คือสาวโอตาคุก็อยากมีที่ของตัวเองบ้าง
ก่อนจะมีพ่อบ้าน: เมดคาเฟ่ที่ลูกค้าแทบเป็นผู้ชายล้วน
เมดคาเฟ่ถาวรร้านแรกเปิดที่ 秋葉原 (อากิฮาบาระ) ในปี 2001 แล้วก็แพร่ไปทั่วในไม่กี่ปี (ดูที่มาของเมดคาเฟ่) แต่ลูกค้าส่วนใหญ่เป็นผู้ชาย
แล้วผู้หญิงล่ะ? บทความแนะนำร้านของ tsunagu Japan (สึนางุ เจแปน) ที่ทำร่วมกับร้านเล่าว่า บริษัท K-BOOKS (เค-บุ๊กส์) ลองทำวิจัยตลาดกับลูกค้าผู้หญิง แล้วพบว่าพวกเธออยากได้อะไรที่ “ของแท้” (本格的) มากกว่า ผลลัพธ์คือร้านอาหารธีมพ่อบ้าน
ทำเลก็ไม่ใช่อากิฮาบาระ แต่เป็น 池袋 (อิเคบุคุโระ) ย่านที่มีถนนชื่อเล่นว่า 乙女ロード (โอโตเมะ โรด – “ถนนสาวน้อย”)
Wikipedia ภาษาญี่ปุ่นเล่าว่าชื่อนี้โผล่ครั้งแรกในนิตยสาร 『ぱふ』 (ปาฟุ) ฉบับพฤษภาคม 2004 เป็นถนนยาวราว 200 เมตรข้างตึก Sunshine 60 (ซันไชน์ 60) ที่เต็มไปด้วยร้านของสำหรับแฟนหญิง และสื่อเริ่มพูดถึงในฐานะสัญลักษณ์วัฒนธรรมโอตาคุหญิงตั้งแต่ราวปี 2005
Swallowtail: ร้านที่ “สร้างจากจินตนาการ”
ร้านบุกเบิกคือ 執事喫茶 Swallowtail (สวอลโลว์เทล) ของ 株式会社ケイ・ブックス (บริษัท เค-บุ๊กส์) ซึ่งหน้าข้อมูลบริษัทบอกว่าเริ่มกิจการปี 1992 จดทะเบียนบริษัทปี 1994 และทำธุรกิจโดจินมือสอง สินค้าอนิเมะ และร้านอาหาร
พูดง่าย ๆ คือคนเปิดร้านคือร้านโดจินมือสองที่รู้จักลูกค้าผู้หญิงดีอยู่แล้ว
นิตยสาร TIME (ไทม์) ฉบับมกราคม 2007 เล่าว่าคนเปิดร้านคือ Yoko Otsuka (โอสึกะ โยโกะ) เจ้าของร้านหนังสือบนถนนโอโตเมะ โรด เธอคิดว่าสาว ๆ กลุ่มนี้คงอยากดื่มชาในที่ที่เติมเต็มฝันแบบอังกฤษของพวกเธอ และเล่าว่า
“There’s no place like this, so we had to make it from our imagination.” (ที่แบบนี้ไม่เคยมีมาก่อน เราจึงต้องสร้างมันขึ้นจากจินตนาการ)
ส่วน Women’s eNews (วีเมนส์ อีนิวส์) ที่รายงานเมื่อกรกฎาคม 2006 อ้างผู้จัดการร้านว่า ไอเดียได้แรงบันดาลใจจากโพสต์ในอินเทอร์เน็ตของผู้หญิงที่อยากได้ร้านแบบกลับขั้วจากเมดคาเฟ่
เปิดปีไหนกันแน่?
ตรงนี้แหล่งข้อมูลพูดไม่ตรงกัน Wikipedia ภาษาอังกฤษเขียนว่าร้านเปิด “มีนาคม 2005” และ Wikipedia ภาษาญี่ปุ่นหน้าโอโตเมะ โรด ก็บอกว่ามีคาเฟ่พ่อบ้านในย่านนี้ “ตั้งแต่ปี 2005” แต่รายงานในยุคนั้นชี้ไปที่ปี 2006
- Women’s eNews (กรกฎาคม 2006) เขียนว่า “ตั้งแต่ร้านเปิดเมื่อเดือนมีนาคม”
- TIME (มกราคม 2007) เขียนว่า “ตั้งแต่ร้านเปิดเมื่อมีนาคมปีที่แล้ว”
- บทความของ tsunagu Japan ก็บอกว่าร้านเกิดขึ้นในปี 2006
เลยน่าจะเป็นมีนาคม 2006 มากที่สุด แต่ยังไม่เจอประกาศทางการของร้านที่บอกวันเปิดชัด ๆ
ปีแรกฮิตแค่ไหน
- กรกฎาคม 2006 Women’s eNews รายงานว่าร้านมีลูกค้ามากกว่า 100 คนต่อวัน ส่วนใหญ่เป็นผู้หญิงอายุ 20–40 ปี มากันเป็นคู่หรือกลุ่มเล็ก ๆ
- ตุลาคม 2006 TIME บอกว่าร้านขยายพื้นที่เป็น 3 เท่า แต่โต๊ะก็ยังถูกจองเต็ม ร้านต้องจำกัดเวลาต่อการจองไว้ที่ 80 นาที ไม่งั้นลูกค้าตัวยงอาจไม่ยอมกลับบ้าน ส่วนพนักงานต้องฝึกถึง 2 เดือน
- TIME ยังเล่าว่าความสำเร็จของร้านทำให้เกิด “คลื่น” คาเฟ่พ่อบ้านร้านอื่นในโตเกียว บางร้านใช้พ่อบ้านชาวต่างชาติให้ลูกค้าได้ฝึกภาษาอังกฤษไปด้วย เช่น BUTLERS CAFE (บัตเลอร์ส คาเฟ่) ที่ 渋谷 (ชิบูยะ) ซึ่งเปิดปี 2006 และตาม Wikipedia ภาษาอังกฤษ ปิดตัวไปเมื่อธันวาคม 2018
ทำไมต้อง “พ่อบ้าน” ไม่ใช่ “เจ้าชาย”
คำถามนี้มีคำตอบสนุกกว่าที่คิด
งานวิจัยของ 相田美穂 (ไอดะ มิโฮะ) ปี 2006 ที่เรียกคาเฟ่พ่อบ้านว่า “เมดคาเฟ่ฉบับผู้หญิง” ยกกระทู้จาก 2ちゃんねる (นิจันเนรุ) เมื่อเมษายน 2006 มาเล่า ผู้ใช้คนหนึ่งบอกว่าเห็นประกาศรับพนักงานร้าน “乙女カフェ” (โอโตเมะ คาเฟ่) ที่ใช้ยูนิฟอร์มแบบเจ้าชายหรือขุนนาง อีกคนตอบกลับทันควันว่า
「王子や貴族はあくまで茶を入れてもらう立場であってお給仕をする立場ではないような気がするんだが。」 (เจ้าชายกับขุนนางน่าจะเป็นฝ่ายที่ให้คนอื่นรินชาให้ ไม่ใช่ฝ่ายที่มาเสิร์ฟนะ)
ไอดะอธิบายว่าในสายตาโอตาคุ ชุดต้องตรงกับบทบาท ชุดเมดใช้ได้เพราะงานของเมดคือการรับใช้ ฝั่งผู้หญิงเลยต้องการ “พ่อบ้าน” ซึ่งเป็นตำแหน่งที่รับใช้จริงตามท้องเรื่อง ไม่ใช่เจ้าชาย นี่แหละเหตุผลที่คาเฟ่พ่อบ้านลงตัวกว่า
ข้างในคฤหาสน์เป็นยังไง
จากบทสัมภาษณ์พนักงานชื่อ 伊織 (อิโอริ) กับ タウンワークマガジン (ทาวน์เวิร์ก แมกกาซีน) ปี 2021 และบทความแนะนำร้านอื่น ๆ
- พนักงานแบ่งเป็นพ่อบ้าน ที่ดูแลการจองและบริหาร “คฤหาสน์” กับフットマン (ฟุตแมน) ที่เสิร์ฟอาหาร รินชา และพาไปที่นั่ง
- ต้องฝึกราว 1–2 เดือนพร้อมสอบ และใช้เวลาครึ่งปีถึงหนึ่งปีกว่าจะทำงานได้เต็มตัว
- ลูกค้าไม่ต้องตะโกนเรียกพนักงาน แค่สั่นกระดิ่ง และในห้องห้ามถ่ายรูประหว่างทานอาหาร
- บทสัมภาษณ์ปี 2021 บอกว่าร้านรักษาบรรยากาศนี้มาได้ 15 ปี ส่วนเว็บทางการตอนนี้ยังเปิดรับจองตามรอบ และแจ้งเปลี่ยนระบบจองใหม่เมื่อกรกฎาคม 2026
แก้ความเข้าใจผิด
คาเฟ่พ่อบ้านไม่ได้เกิดจากการ “ลอกเมดคาเฟ่แล้วสลับเพศ” เฉย ๆ แต่เกิดจากร้านโดจินมือสองที่รู้จักลูกค้าผู้หญิงบนถนนโอโตเมะ โรด บวกกับเสียงเรียกร้องของแฟนหญิงในอินเทอร์เน็ต ผลลัพธ์เลยเน้นความ “ของแท้” แบบคฤหาสน์อังกฤษ มากกว่าความน่ารักแบบเมด
จากร้านใต้ดินบนถนนสั้น ๆ ในอิเคบุคุโระ วันนี้คาเฟ่พ่อบ้านกลายเป็นอีกหน้าหนึ่งของวัฒนธรรมโอตาคุหญิงที่ใคร ๆ ก็รู้จัก
ที่มา: TIME 2007, Women’s eNews 2006, 相田美穂 (2006) PDF, K-BOOKS 運営情報, タウンワークマガジン 2021, Wikipedia (ญี่ปุ่น) 乙女ロード
แหล่งข้อมูล
- Jeeves Takes Japan (TIME, Bryan Walsh, 2007-01-18)
- Tokyo's Anime Cafes Serve Gender-Role Fantasies (Women's eNews, Catherine Makino, 2006-07-12)
- 相田美穂「萌える空間――メイドカフェに関する社会学的考察――」『広島修大論集』第47巻第1号 (2006)
- 運営情報 – 執事喫茶 Swallowtail (株式会社ケイ・ブックス)
- 執事喫茶スワロウテイルのフットマンに聞く (タウンワークマガジン, 中屋麻依子, 2021-09-10)
- 執事喫茶 Swallowtail 紹介記事 (tsunagu Japan)
- 乙女ロード – Wikipedia
- Butler café – Wikipedia