อดีตผู้จัดการร้านตู้เกมเขียนหนังสือ 'ประวัติ 100 ปีเกมเซ็นเตอร์ญี่ปุ่น' จากดาดฟ้าห้างถึงยุคตู้คีบ
หนังสือ『ゲーセン波乱万丈の100年史』ของชิงิฮาระ โมริฮิโระ อดีตผู้จัดการร้านเกมเซ็นเตอร์ วางขาย 30 ต.ค. 2026 เล่าประวัติร้านตู้เกมญี่ปุ่นราว 100 ปี 368 หน้า
ก่อนจะมีมือถือให้เล่นเกมได้ทุกที่ เด็กญี่ปุ่นหลายรุ่นโตมากับเสียงตู้เกมดังระงมใน ゲームセンター (เกมเซ็นเตอร์ – ร้านตู้เกมแบบญี่ปุ่น) ตอนนี้มีคนที่เคยยืนอยู่หลังเคาน์เตอร์ร้านแบบนั้นจริง ๆ เขียนหนังสือเล่าประวัติร้านตู้เกมไว้ทั้งเล่ม
หนังสือเล่มนี้คืออะไร
『ゲーセン波乱万丈の100年史』 (เกเซ็น ฮารัน บันโจ โนะ เฮียคุเน็นชิ – “100 ปีเกมเซ็นเตอร์ผู้โลดโผน”) วางขายวันที่ 30 ตุลาคม 2026 ในสำนักพิมพ์ ele-king books (เอเลคิง บุ๊กส์) หนา 368 หน้า ราคา 2,450 เยน (ยังไม่รวมภาษี) และมีภาพประกอบเยอะ
ผู้เขียนคือ 鴫原盛之 (ชิงิฮาระ โมริฮิโระ) ประวัติของเขาเองก็เหมือนเรื่องเล่าวงการเกม
- 1993 เริ่มเป็นนักเขียนบทสูตรเกมให้นิตยสาร 『ゲーメスト』 (เกเมสุโตะ) นิตยสารเกมตู้ชื่อดัง
- จากนั้นไปเป็น ผู้จัดการร้านเกมเซ็นเตอร์ และทำงานฝ่ายขายของบริษัทผลิตเกม
- 2004 เป็นนักเขียนอิสระสายเกม และเคยเขียน 『ナムコはいかにして世界を変えたのか』 (นัมโค วะ อิกานิชิเตะ เซไก โอ คาเอตะ โนะ กะ – “นัมโคเปลี่ยนโลกได้อย่างไร”)
ตัวเขาเองโพสต์บน X ว่าหนังสือรวบรวมภาพเกมเซ็นเตอร์จากทุกมุม ทั้งเจ้าของร้าน บริษัทผลิตเกม ผู้เล่น ไปจนถึงฝ่ายราชการและวงการการศึกษา
เล่าอะไรบ้าง
หนังสือแบ่งเป็น 6 บท ไล่ตามยุคต่าง ๆ แบบนี้
- ยุคบุกเบิก ตู้เกมเริ่มจากมุมเล็ก ๆ บนดาดฟ้าห้างสรรพสินค้า และในโรงแรมออนเซ็น
- ยุค 『スペースインベーダー』 (สเปซ อินเวเดอร์) ที่ทำให้คนญี่ปุ่นคลั่งกันทั้งประเทศ
- ยุคกฎหมายใหม่ ที่เปลี่ยนวิธีทำธุรกิจของร้าน บริษัทเกม และผู้เล่น
- ยุคเกมต่อสู้ เกมดนตรี และ プリクラ (ปุริคุระ – ตู้ถ่ายสติกเกอร์)
- ยุคปัจจุบัน ที่การ์ดเกม อีสปอร์ต และ クレーンゲーム (เครนเกม – ตู้คีบ) ขึ้นมาเป็นพระเอก พร้อมพูดถึงทั้ง “ด้านสว่าง” และ “ด้านมืด” ของร้านในศตวรรษที่ 21
ท้ายเล่มมีตารางลำดับเหตุการณ์ของวงการด้วย ส่วนเกมที่โผล่ในเล่มก็มีชื่อคุ้นหูเพียบ เช่น PONG (พอง), ゼビウス (เซบิอุส), 『ストリートファイターII』 (สตรีทไฟเตอร์ ทู), beatmania (บีตเมเนีย), 太鼓の達人 (ไทโกะ โนะ ทัตสึจิน), 『甲虫王者ムシキング』 (โคจู โอจะ มูชิคิง) และ UFOキャッチャー (ยูเอฟโอ แคตเชอร์)
ทำไมแฟนโอตาคุควรสนใจ
เกมหลายเกมที่แฟนการ์ตูนรู้จักทุกวันนี้เริ่มต้นจากตู้ในร้านแบบนี้ และสำหรับคนญี่ปุ่นหลายรุ่น เกมเซ็นเตอร์คือที่แฮงเอาต์หลังเลิกเรียน คำโปรยบนหน้าหนังสือเขียนไว้สั้น ๆ ว่า
「あの頃も、今も、わたしたちの居場所」 “ทั้งตอนนั้นและตอนนี้ ที่นี่คือที่ของพวกเรา”
ช่วงไม่กี่ปีมานี้ร้านดังบางแห่งก็ปิดตัวไป อย่าง GiGO อากิฮาบาระ ขณะที่ตู้คีบกลายเป็นพระเอกของร้านยุคนี้ (ดู เรื่องพนักงานช่วยคีบตุ๊กตา) หนังสือเล่มนี้เลยเหมือนอัลบั้มรูปของวัฒนธรรมที่กำลังเปลี่ยนไปเร็วมาก
ที่มา: ele-king books, 電ファミニコゲーマー